ใครอยากหน้าเรียว ยกมือขึ้น?

           ไม่ใช่แค่สาวๆที่ทำอาชีพที่ต้องใช้หน้าตาเท่านั้น ว่ากันว่าสาวๆเดี๋ยวนี้ใครๆก็อยากมีหน้าเรียวสวยกันทั้งนั้น   หน้าเรียวสวยดึงกระชับดังใจ มีตัวช่วยคือครีมหน้าเรียวช่วยสลายไขมันบนใบหน้าและลำคอของคุณสาวๆได้  บางครั้งศัลยกรรมก็ไม่ใช่ทางออกเดียวอีกต่อไป ให้ครีมหน้าเรียวเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ไม่ได้ทาแล้วสวยเลยเหมือนทำศัลยกรรมที่ทำวันนี้พรุ่งนี้สวย  ไม่คงไม่เห็นผลเลย ดังนั้นเราต้องอาศัยความขยันทา หมั่นนวดหน้าเรียวสวยได้แน่นอน   หลักการทำงานของครีมหน้าเรียวจะช่วยเรื่องการเผาผลาญไขมันกำจัดเนื้อแก้มและเหนียง อีกทั้งอาการบวมน้ำให้หายไปโดยไม่ต้องโบท็อกซ์หรือทำการร้อยไหม หน้าเข้ารูปสวยอย่างปลอดภัย ซึ่งสาวๆจะเริ่มเห็นผลใน 1 สัปดาห์ ทั้งยังช่วยเรื่องการให้ความชุ่มชื่น ผิวใส ลดรอยแดงรอยดำจากสิว สมานแผลให้หายเร็วขึ้น และลดเลือนริ้วรอย

%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a31

สาเหตุที่ทำให้ใบหน้าไม่ได้รูปสวย

1.มัดกรามใหญ่ที่จากการเคี้ยวอาหาร สาเหตุนี้มันอาจจะเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า อย่างเช่นการเคี้ยวอาหารถ้าเกิดว่าสาวๆใช้แรงช่วงกรามเคี้ยวอาหารแรงเกินไปมันอาจจะทำให้ เกิดกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ทำให้รูปหน้านั้นใหญ่ขึ้นมาได้

2.กระดูกกรามใหญ่ ทำให้หน้าเป็นมุมเหลี่ยม กระดูกที่ใหญ่อยู่แล้วอันนี้น่าจะมาจากกรรมพันธุ์เสียมากกว่า เพราะว่ามันถูกกำหนดไว้แล้ว ถ้าเป็นกรณีนี้จะแก้ไขยากพอสมควร

3.ไขมันสะสม หน้ากลมแก้มเยอะสาเหตุนี้ตรงตัวเลยก็คือมาจากการรับประทานอาการที่มีไขมันมากเกินไป หรือมันอาจจะเกิดขึ้นได้กับสาวๆที่อ้วนอยู่แล้ว และมีไขมันสะสมอยู่ตามแก้ม และช่วงคอ ทำให้ดูหน้าใหญ่

4. ความหย่อนคล้อย ทำให้แก้มหรือคางห้อย สาวๆต้องทำใจไว้ด้วยว่า ผิวหน้าเรานั้นมันจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและสาเหตุต่างเหล่านี้ที่ทำให้สาวๆต้องรีบหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะบางคนก็อาจจะสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง แต่บางคนที่กรามใหญ่มาตั้งแต่กำเนิด อาจจะต้องถึงขั้นผ่าตัดทำศัลยกรรมเลยก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตามกรแสการทำศัลยกรรมนั้นยังไม่ได้หายไป มันยังคงอยู่ตลอดมา สาวๆบางคนเลือกที่จะศัลยกรรมด้วยการฉีดโบท็อกซ์

%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a71

        โบท็อกซ์ คือ ตัวยาชนิดหนึ่งซึ่งสกัดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติในการคลายกล้ามเนื้อ ตัวยาจะมาในรูปผงสีขาวที่ต้องมาผสมกับน้ำเกลือบริสุทธิ์ สำหรับฉีดใต้ผิวหนังหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ตัวยาโบท็อกซ์  ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ประมาณ 50 ปี มาแล้วการฉีดโบท็อกซ์ในปัจจุบันถือว่าปลอดภัยมาก ทั้งคุณภาพของยาที่ดีขึ้น รวมถึงมีการศึกษาและพัฒนาวิธีการใหม่ๆในการฉีดอยู่ตลอด จึงไม่พบปัญหาหรืออันตรายในระยะยาวใดๆ ทั้งสิ้น ผลข้างเคียงที่พบในปัจจุบันเป็นผลการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวจากเทคนิคการฉีดและปริมาณยา ตัวอย่างเช่นปัจจุบันการฉีดโบท็อกซ์เริ่มทำในคนไข้อายุน้อยลง เนื่องจากการฉีดโบท็อกซ์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเพื่อลดริ้วรอยแต่เพียงอย่างเดียว  ส่วนใหญ่การฉีดเพื่อลดกราม ปรับรูปหน้า ลดน่อง แนะนำให้ทำเมื่อพ่นช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ซึ่งส่วนมากในตอนนี้คนที่ฉีดโบท็อกซ์ก็จะเป็นช่วงสาวๆรุ่นๆที่ต้องการปรับรูปหน้า ส่วนการฉีดเพื่อลดริ้วรอยเดิมนิยมเริ่มฉีดเมื่อสาวๆอายุ 40 ปีขึ้นไป ในต่างประเทศปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเริ่มฉีดโบท็อกซ์หลังอายุ 25 ปีเนื่องจากพบว่าในระยะยาวช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยการฉีดโบท็อกซ์เป็นการฉีดยาปริมาณน้อยมากด้วยเข็มขนาดเล็กไปยังจุดที่ต้องการ ซึ่งเจ็บน้อยมากเมื่อเทียบกับการฉีดยาอื่นๆ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ เพียงการประคบเย็นก็เพียงพอราคาของการฉีดโบท็อกซ์ขึ้นอยู่กับชนิดของโบท็อกซ์และปริมาณที่ฉีดเป็นสำคัญ ส่วนปัจจัยอื่นได้แก่ความยากง่ายในการฉีด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตรวจร่างกายและถ่ายรูปก่อนการรักษา เพื่อวางแผนการใช้ยา จำนวนจุดที่จะฉีด และ จำนวนยาที่ใช้เพื่อให้ได้ผลตามต้องการ  โดยมากราคาของการฉีดโบท็อกซ์ เริ่มต้นที่ประมาณ 500-1000 บาทต่อจุด   ผลของการฉีดโบท็อกซ์ส่วนใหญ่อยู่ได้นาน 4- 6 เดือน ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง  ขนาดความเข้มข้นของโบท็อกซ์ที่ฉีด เข้มข้นมากอยู่ได้นานแต่มีข้อเสียคือช่วง 1-3 เดือนแรกหลังฉีดก็จะตึงมากและดูไม่เป็นธรรมชาติ  การใช้งานกล้ามเนื้อ ยกตัวอย่างเช่น ในการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกรามเพื่อแก้ไขคางเหลี่ยม ทำให้หน้าเรียวเล็ก หลังฉีดยาไม่ควรเคี้ยวอาหารแข็ง-เหนียว  ขนมคบเคี้ยวหรือหมากฝรั่ง เพราะจะทำให้ฤทธิ์ของโบท็อกซ์หมดไปเร็วขึ้น  การเสริมสวยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน โดยส่วนมากหลังการฉีดโบท็อกซ์ มักแนะนำให้งดอบเซาว์น่า หรือ ทำเลเซอร์บริเวณใบหน้าประมาณสองสัปดาห์เนื่องจากเกรงว่าความร้อนอาจทำให้ตัวยาถูกทำลายเร็วขึ้นได้ สุดท้ายเลยคือพันธุกรรม มีผลทำให้ยาอยู่ในร่างกายแต่ละคนได้นานแตกต่างกัน

ความจริงแล้วการฉีดโบท็อกซ์นั้นมันก็ไม่ได้มีอันตรายมากจนเกินไป แถมราคานั้นก็ไม่แพงจนเกินไปเป็นราคาที่สาวๆยังพอสู้ไหว การทำศัลยกรรมเป็นทางที่มันสามารถเห็นผลได้เร็วมาก เพราะว่าการที่มีเทคโนโลยีต่างๆเข้ามามันช่วยให้วิธีการทำหรือกระบานการต่างๆดูง่ายขึ้นมาทันที แม้ว่าผู้คนจะนิยมชมชอบมากเพียงใด แต่ในด้านความปลอดภัยนั้นต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ

อาหารดีๆที่สาวๆไม่ควรพลาด

 

%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a5

ผู้หญิงกับเรื่องสุขภาพเป็นของคู่กัน ยิ่งเรื่องความสวยความงามแล้วไม่เคยยอมใคร ถึงแม้จะต้องเสียเงินครั้งละมากๆก็ยอม แต่วันนี้สาวๆจะไม่ต้องเสียเงินโดยใช่เหตุอีกแล้ว เพราะเรามีผักผลไม้ที่ช่วยชลอความแก่ของสาวๆได้ ซึ่งในผักผลไม้เหล่านี้มีประโยชน์อมากมาย ทั้งทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและช่วยชลอความแก่ได้อีกด้วย เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีอะไรบ้าง

1.กล้วยไข่

กล้วยทุกชนิด ดีต่อสุขภาพแต่กล้วยไข่ดีเป็นพิเศษ ในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จักกันดี คือ เบต้าแคโรทีน โดยธรรมชาติ เมื่อเราอายุพ้นยี่สิบสองไปแล้วความเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มหยุดชะงัก ความเสื่อมในส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะเริ่มมาเยือนอย่างช้าๆ

2.บรอคโคลี่

เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย เพราะบรอคโคลี่เป็นแหล่งซีลีเนียมตามธรรมชาติซึ่งเจ้าตัวซีลีเนียมนี้ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ แถมยังช่วยลบริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย

3.ถั่ว

ผู้หญิงทุกคนอยากมีหุ่นสวยเพรียว ไม่มีไขมันส่วนเกินสะสม ถั่วช่วยได้นะคะ เพราะถั่วเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี และไฟเบอร์เมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ไฟเบอร์จะเคลือบผิวกระเพาะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนานความอยากอาหารจะลดลง ซึ่งมีประโยชน์กับสาวๆที่อยากลดความอ้วนเป็นอย่างมาก

4.ลูกพรุน

ลูกพรุน เป็นแหล่งที่ดีของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ ที่สำคัญลูกพรุนช่วยทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด ดังนั้นหากคุณสาวๆอยากมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ริมฝีปากแดงสดเหมือนสตรอเบอรี่ แก้มแดงใสเหมือนลูกเชอรี่โดยไม่ต้องใช้เครื่องสำอาง ดูเป็นคนที่มีสุขภาพดีสมบูรณ์ด้วยเลือดฝาดเลือกทานลูกพรุนกันเลย

5.ฝรั่ง

ฝรั่ง 1 ขีดมีวิตามินซีสูงถึง180 มิลลิกรัม วิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึงไม่แก่ก่อนวัยวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเจ้าตัวสารต้านอนุมูลอิสระนี้เองที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพผิวหนังแห้งเหี่ยว เกิดริ้วรอยตีนกาอีกด้วย สาวๆที่ไม่อยากแก่น่าจะลองหันมารับประทานฝรั่งเป็นประจำนะคะ

6.แอปเปิ้ล

มีสารสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ที่ชื่อ เพคติน เจ้าเพคติน นี้มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และลดโคเลสเตอรอล หากคุณหิวจนตาลาย แต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารแอปเปิ้ลสักลูกจะช่วยลดความหิวได้ เพราะแอปเปิ้ลมีแป้ง และน้ำตาลในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 % ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้รวดเร็วและนำไปใช้ประโยชน์ได้ ในเวลาไม่เกิน 10 นาที

7.ส้ม

แหล่งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรมชาติ การรับประทานส้มโดยไม่คายกากจะช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว เป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักได้อย่างดีทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ หากรู้สึกหิวก่อนเวลา แทนที่จะนึกถึงเค้กก้อนโต หรือโดนัทชิ้นใหญ่ให้ลองหยิบส้มสักลูกเข้าปากแทนจะได้ประโยชน์มากกว่านะคะ

ผักผลไม้ที่เราแนะนำมานี้ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายของสาวๆทั้งนั้น และนอกจากผักผลไม้ที่เรานำมาฝากนี้ก็ยังมีผักผลไม้อื่นๆอีกมากมายที่ ให้ประโยชน์ไม่น้อยไปกว่ากัน ดังนั้นในแต่ละวันเราควรเลือกทานผักผลไม้รวมกันให้ได้วันละครึ่งกิโล หรือ 5ขีดก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้วละค่ะ และที่สำคัญสาวๆควรออกกำลังกายให้เป็นประจำด้วยนะคะ